|
|
สาวใหญ่ทุกข์หนัก
|
ตรอมใจ - 06/05/2008 11:21
ดิฉันยังไม่ดีขึ้นเลยงานการก็ไม่อยากไปทำ สามีบอกว่าให้อยู่นิ่ง ๆ เราอยู่เหนือผู้หญิงคนใหม่ของเขา แต่ดิฉันกำลังใจไม่มีคำว่าทุกข์ดูจะน้อยเกินไป เครียดมากน้ำหนักลดไปโดยไม่ต้องทานยาอะไรทั้งสิ้น อีกไม่กี่วันเค้าก็ต้องเดินไปทำงานที่ต่างจังหวัดอีกแล้วและไปอยู่กับครอบครัวลับ ๆ ของเขาที่โน่น ดิฉันยังทำใจให้ยอมรับไม่ได้ ดิฉันให้เวลาไปแก้ไขปัญหาถึงสิ้นปีถ้าจบไม่ลงดิฉันสัญญาว่าจะแลกด้วยชีวิต บอกเขาไปแล้วค่ะ สามีก็บ่นว่าทุกวันนี้ก็กลับมาอยู่กับลูกและดูแลครอบครัวไม่ได้ขาดตกบกพร่องเลย ช่วงที่ไปทำงานทางโน้นก็เป็นความจำเป็นของงานที่ต้องไป อยากให้ลาออกจากงานและหางานทำใหม่ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกจะทำอย่างไรดีเค้ามีลูกกับคนใหม่ 2 คน ดิฉันก็มีลูก 2 คนเหมือนกัน ผู้หญิงอ่อนกว่าดิฉัน 20 ปี ทำไมหล่อนถึงเกิดมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรกับดิฉันแบบนี้ สงสัยจะสร้างกรรมไว้เมื่อชาติก่อน ต้องการคำแนะนำจากทุกท่านว่าตัวเองจะทำอย่างไรดีคิดมาก ไม่เคยนอนหลับขณะที่สามีและลูกนอนไปแล้วตัวเองไม่สามารถข่มตาได้เลย ตอนนี้ใกล้เป็นหมีแพนด้าแล้ว
|
|
|
|
เป็นกำลังใจให้
|
ตอบ:ตรอมใจ - 07/05/2008 12:36
ต้องบอกว่าเห็นใจคุณมากค่ะ เรื่องแบบนี้ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง ก็ไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน เข้าใจว่าเวลานี้จิตใจคุณจดจ่ออยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้นจนไม่อยากจะคิดทำอะไร อยากแต่จะให้ปัญหาที่เกิดขึ้นมันจบลงตอนนี้ เดี๋ยวนี้ แต่ปัญหาบางอย่างมันไม่สามารถแก้ได้ในระยะเวลาอันสั้นหรอกค่ะ ไม่ได้อยากให้เสียกำลังใจ แต่นี่คือความจริงนะคะ ถ้าคุณมีเพื่อนสนิทหรือญาติที่ไว้ใจได้ ให้เล่าปัญหาที่เกิดขึ้นให้เขาฟังค่ะ ระบายความทุกข์แสนสาหัสในใจออกไป เขาอาจจะไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้นอกจากรับฟัง แต่ความทุกข์ความหนักในใจของคุณในขณะนี้จะบรรเทาเบาบางลงค่ะ แล้วหลังจากนั้น เราค่อยๆ มาพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยสติค่ะ
|
|
|
|
สาวใหญ่ทุกข์หนัก
|
ตอบ:ตรอมใจ - 11/05/2008 12:43
ดิฉันขอบคุณท่านที่ช่วยแนะนำและปลอบใจ ช่วงนี้สภาพจิตใจยังไม่ดีเท่าไหร่ ดิฉันอยากหย่ากับเขาแล้ว เขากำลังจะเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดและไปพบกับครอบครัวซ่อนเร้นของเขาอีกแล้ว ดิฉันคงต้องทนต่อไปอีกก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องอยู่ในสภาพแบบนี้อีกนานไหม ดิฉันเป็นคนที่เก็บกดมาก กำลังคิดว่าจะขึ้นไปจังหวัดที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ อยากไปเจอและพูดคุยกับเธอ อยากหาทางออกให้กับครอบครัวที่กำลังจะล่มสลาย ดิฉันควรทำอย่างไรดี
|
|
|
|
ผู้หญิงเหมือนกัน
|
ตอบ:ตรอมใจ - 11/05/2008 20:17
[b] ลอง...พยายาม...หยุดคิด..ถึงเรื่องนี้ดู.. หาเพื่อน คุย...หรือ ไปเที่ยว หรือ ทำบุญ9วัด... **ต้องยอมรับ ความจริงให้ได้ ว่าเรื่อง มันเกิดขึ้นแล้ว **ให้ คิด เสียว่า เราก็อาจเคยแย่งแฟนคนอื่นมาก็ได้...ใช้กรรมให้หมดๆไป ชาติ หน้าจะได้ไม่ต้องพบเรื่องทุกข์ใจแบบนี้อีก **สิ่งสำคัญ เราต้องรักตัวเองให้มากๆ... ...เพราะ มีคนที่รักเรา อยู่ พ่อแม่ ลูกของเรา...อย่าเสียน้ำตาให้คนอื่นเลย***
ลองหาหนังสือ ธรรมะอ่านดูบ้าง..เช่น หนังสือของดั่งตฤน เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน (ขายดีมากๆ...) หรือ หนังสือ เข็มทิศชีวิต (อ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะ) .....สุดท้าย ขอเป็นกำลังใจให้คุณ ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้โดยเร็ว
|
|
|
|
เป็นกำลังใจให้
|
ตอบ:ตรอมใจ - 12/05/2008 10:55
เมื่อถึงเวลาต้องจากลา โดย ส.อินทรสุขศรี
คุณผู้หญิงส่วนใหญ่ เมื่อแต่งงานแล้ว ก็ย่อม อยากให้ชีวิตคู่ของตน ราบรื่นยืนยาว แบบถือไม้เท้า ยอดทอง กระบองยอดเพชร ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แต่บางครั้ง เหตุการณ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งพฤติกรรมของคู่ ที่ตนสมรสด้วย ไม่อาจจะทำให้ชีวิตคู่ ยั่งยืนไปได้ และวาระนี้เอง เจ้าตัวก็ต้องคิดถึง เวลาที่จะต้อง "แยกจากกัน" ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่า ชีวิตคู่ที่แยกสลายไปนั้น มิใช่ชีวิตที่ใคร ต้องการแต่ก็เป็นทางชีวิต ที่ตัวต้องเดินต่อไป และชีวิตคู่นั้น คุณก็รู้และแน่ใจว่า อยู่ในสภาพที่ "พอกันที" มีนักจิตวิทยาได้แนะนำไว้ว่า คุณแม่บ้าน ที่อยู่ในสภาพเช่นนี้ ควรจะได้พิจารณา อย่างรอบคอบว่า คุณยังอยู่ในสภาพ ที่ยังพอทนได้หรือไม่ หรือคุณได้รับสัญญาณ บอกเหตุถึงสภาพจิตใจ ที่ไม่อาจจะทนอยู่ กับเขาต่อไปได้ ซึ่งพอจะสรุปเหตุ ได้ดังนี้เช่นว่า
- คุณเองรู้สึกว่า ไม่มีความสุขในชีวิตคู่เลย หรือคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่า ระยะเวลาใดหลังแต่งงานกับเขาความสัมพันธ์กับเขานั้นทำให้คุณมีความสุขอย่างแท้จริง - เมื่อคุณรู้สึกอยู่กับเขาแล้วคุณไร้ความสุข ไม่เป็นตัวของตัวเอง รวมทั้งไม่มีความนับถือตัวเองด้วย - การใช้ชีวิตคู่ของคุณกับเขานั้นแสนเลวร้าย ทั้งยังเป็นผลร้ายแก่ชีวิตลูกๆ ด้วย - เมื่อคู่ของคุณยังคงติดเหล้าเมายาหรือติดสิ่งเสพติดอย่างไม่ยอมเลิกรา แม้คุณจะได้เคยพูดจากอ้อนวอนขอร้องให้เขาพลางๆ ลงบ้าง หรือเลิกราการเสพติดนั้นๆ เสีย แต่เขาก็ไม่ยอมฟังเสียง - เมื่อคู่ของคุณปฏิเสธไม่ยอมไปพบจิตแพทย์ที่จะให้คำแนะนำที่ดีแก่คู่สมรสที่กำลังมีปัญหา ทั้งเขายังแสดงให้เห็นว่า เขาไม่สนใจใยดีที่จะทำให้ชีวิตคู่ดีขึ้น - เมื่อเขาไม่ยอมให้คุณเป็นตัวของคุณเอง ความสัมพันธ์ที่เลวร้ายนั้นเป็นเพียงข้อแก้ตัวของเขา ซึ่งกลับทำให้ชีวิตของคุณเปลืองเปล่า ไร้ประโยชน์ หากขืนอยู่กันต่อไป คุณไม่อาจจะหาวิธีทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับเขาดีขึ้นได้ - เมื่อคุณได้คิดไตร่ตรองดูแล้วว่า การแยกทางกันนั้นเป็นทางที่ดีที่สุด และคุณสามารถจะยืนหยัดสู้ชีวิตหลังการหย่าด้วยตัวคุณเอง
ความรู้สึกหมดหนทางนั้น ย่อมทำให้ ผู้หญิงเรา ต้องจำตัดสินใจแยกทาง เพื่อช่วยตัวเอง ก่อนจะสายเกินไป ข้อสำคัญที่คุณผู้หญิง ควรคิดก็คือ ก่อนการหย่านั้น คุณจะต้องตัดสินใจ หลังจากปรึกษาหารือ จิตแพทย์และทนายความ เพื่อให้ได้รับ คำแนะนำที่เหมาะสมเสียก่อน คุณจะต้องมีเหตุผล เพียงพอในการหย่าร้าง ฉะนั้นจึงควรจะรวบรวมหลักฐาน เหตุผลของการหย่าไว้เพียงพอ และปรึกษาหารือ ญาติสนิทมิตรสหาย เพราะบุคคลเหล่านี้เอง ที่จะเป็นกลุ่มที่ให้กำลังใจแก่คุณ และช่วยให้ตัดสินใจ เมื่อถึงโอกาสอันควร แก่การบอกลาคู่ชีวิตที่แสนเบื่อ
อ่านแล้วค่อยๆ พิจารณาดูนะคะ ปัญหาของแต่ละคนแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน เราคงไม่สามารถให้ใครมาตัดสินใจแก้ปัญหาแทนได้
แต่อยากบอกคุณว่าปัญหาที่คุณเจอนี้ ไม่ใช่คุณคนเดียวที่เจอ ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วแทบจะทุกคนเจอทั้งนั้น ช้าหรือเร็วเท่านั้น บางคนถูกทำร้ายทุบตีอย่างโหดร้ายด้วยซ้ำ หนีไปไหนก็ไม่ได้ ความรู้ไม่มี งานก็ไม่มี เพราะฉะนั้นคุณควรจะคิดว่าชั้นยังโชคดีนะ ชั้นยังมีทางเลือกอีกตั้งหลายทาง
ทะนุถนอมตัวเองให้มากๆ นะคะ คนอื่นทำร้ายเรายังไม่เท่าไหร่ อย่าให้ตัวเองทำร้ายตัวเองเลยค่ะ เข้าร้านทำผม แต่งหน้าแต่งตาให้สดชื่น ซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวสวยๆ ให้สบายใจ สมองปลอดโปร่ง แล้วก็คิดดีกว่าค่ะ ชีวิตคนเราสั้นนักนะคะ อย่าจมอยู่กับความทุกข์ให้มันนานนักเลย
|
|
|
|
สาวใหญ่ทุกข์หนัก
|
ตอบ:ตรอมใจ - 14/05/2008 16:38
ขอบคุณมากที่ชื่อกันแนะนำสิ่งที่ดี ๆ ให้ดิฉัน ขณะนี้ดิฉันเริ่มแต่งตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างแล้วกำลังอยากประชดชีวิตสมรสด้วยกันหาเพื่อนชายมาเป็นกิ
๊กแบบเดียวกับที่สามีทำเหมือนกัน บางครั้งก็จะรู้สึกสะใจ แค่คิดเล่น ๆ แต่ใจก็ยังนึกถึงศีลธรรมไม่อยากทำให้ตัวเองมีกรรมมากไปกว่านี้ คิดเหมือนกันว่าผู้หญิงคนนั้นยังแย่สามีเราได้และสามีเราก็ทำในสิ่งแบบนี้ได้ แล้วตัวเราก็น่าจะทำแบบเดียวกันได้ แต่มโนธรรมมันค้ำคอยังไม่กล้าเสี่ยงกลัวพลาด ดิฉันตั้งใจว่าจะดูแลลูก 2 คนไปเรื่อย ๆ ดีกว่ากับสามีก็บอกได้ว่ายังรักและหวงเขาอยู่ วันนี้เขาเดินทางไปทำงานที่จังหวัดที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ วันนี้เขาได้กอดกับเธอและบุตรของเขาแต่ดิฉันกลับต้องนอนก่ายหน้าผากและมองดูลูก ๆ ของตัวเองที่ไม่รู้เรื่องราวความขมขื่นของแม่ ดิฉันได้อ่านคำแนะนำที่ท่านส่งมาจะคิดพิจารณาและนำมาเป็นส่วนประกอบในการครองเรือนให้ดีที่สุดขอบคุณมากนะ
คะ
|
|
|
|
|